เด็กอายุ 3–6 ปีควรเรียนรู้อะไรที่อนุบาลนานาชาติ? 7 เป้าหมายพัฒนาการช่วง PK–K
เป้าหมายสำคัญของเด็กวัย 3–6 ปี ไม่ใช่แค่อ่าน พูดอังกฤษ และคิดเลขให้เร็วขึ้น แต่คือภาษา คณิตศาสตร์ปฐมวัย อารมณ์ การช่วยเหลือตัวเอง สังคม ร่างกาย และบุคลิกภาพ พร้อมเกณฑ์พัฒนาการของ CDC แนวทางสำหรับเด็กที่ยังไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษ และคำถาม 5 ข้อเมื่อไปดูโรงเรียน
เป้าหมายการเรียนรู้ที่สำคัญที่สุดของเด็กอายุ 3–6 ปี ไม่ใช่การอ่าน พูดภาษาอังกฤษ และคิดเลขให้ได้เร็วกว่าวัย แต่คือการค่อย ๆ สร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร การคิดเชิงคณิตศาสตร์ การจัดการอารมณ์ การช่วยเหลือตัวเอง การทำงานร่วมกับผู้อื่น การประสานงานของร่างกาย และบุคลิกภาพที่ดี
ครอบครัวที่กำลังหาอนุบาลนานาชาติในเชียงใหม่มักมีคำถามจริงจัง เช่น ลูกยังไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษควรทำอย่างไร อายุ 3 ขวบเข้าโรงเรียนครั้งแรกเร็วไปหรือไม่ และถ้า 5 ขวบแล้วยังช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยได้ จะกระทบการขึ้นชั้นประถมหรือเปล่า
โรงเรียนนานาชาติซีดาร์เชียงใหม่ (Chiangmai Cedar International School หรือ CCS) อยากช่วยให้ผู้ปกครองเข้าใจคุณค่าของการศึกษาช่วง PK–K จากความต้องการเติบโตที่แท้จริงของเด็ก
1. อนุบาลไม่ใช่ชั้นประถมที่เริ่มเร็วขึ้น แต่พื้นฐานวิชาการก็สำคัญ
คุณแม่คนหนึ่งกำลังจะพาลูกวัย 4 ขวบมาอยู่เชียงใหม่
ลูกท่องตัวเลขภาษาอังกฤษได้และรู้จักคำศัพท์อยู่บ้าง แต่ไม่ค่อยกล้าพูดกับคนแปลกหน้า เวลากินข้าวต้องมีผู้ใหญ่ช่วย และเมื่อเจอเรื่องยากก็มักร้องไห้เพราะหงุดหงิด
คุณแม่กังวลว่า “ควรให้ลูกเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มก่อนเข้าอนุบาลนานาชาติหรือเปล่า?”
คำถามนี้ควรคิดให้ดี สำหรับเด็กวัย 4 ขวบ การเรียนภาษาไม่ใช่แค่ท่องศัพท์ การเข้าใจคำสั่งในชีวิตประจำวัน บอกความต้องการของตนเอง ร่วมกิจกรรม และพูดคุยกับเพื่อน สำคัญไม่แพ้กัน
สมาคมการศึกษาปฐมวัยแห่งชาติสหรัฐฯ (NAEYC) ระบุไว้ในแถลงการณ์ปี 2020 เรื่องแนวปฏิบัติที่เหมาะสมกับพัฒนาการ ว่าการศึกษาปฐมวัยควรคำนึงถึงขั้นพัฒนาการ ความแตกต่างระหว่างบุคคล และวัฒนธรรมครอบครัว โดยส่งเสริมพัฒนาการรอบด้านผ่านการเล่น การสำรวจ และการสอนที่มีเป้าหมาย
นั่นไม่ได้หมายความว่าอนุบาลไม่ควรสอนการอ่านและคณิตศาสตร์
เด็กที่ต่อบล็อกเรียนรู้เรื่องจำนวน รูปทรง และพื้นที่ได้ เด็กที่ฟังนิทานภาพเรียนรู้คำศัพท์ ตามเรื่องราว และเล่าความคิดของตนเองได้
การเล่นและการเรียนรู้เชิงวิชาการไม่ควรถูกตั้งเป็นคู่ตรงข้าม การศึกษาปฐมวัยที่ดีต้องให้สองอย่างนี้เสริมกัน
หมายเหตุ: ครอบครัวในตัวอย่างข้างต้นเป็นสถานการณ์สมมติที่สร้างจากกรณีทั่วไป ไม่ใช่นักเรียน CCS จริง
2. 7 เป้าหมายพัฒนาการที่ควรใส่ใจในช่วง PK–K
สำหรับเด็กอายุ 3–6 ปี เราแนะนำให้ผู้ปกครองใส่ใจ 7 ด้านที่เชื่อมโยงกัน
| ด้าน | เป้าหมายหลัก |
|---|---|
| 1. ภาษาและการแสดงออก | เข้าใจภาษา บอกความคิด ฟังและถามคำถาม |
| 2. คณิตศาสตร์ปฐมวัย | เข้าใจจำนวน รูปทรง การจัดหมวดหมู่ ลำดับ และรูปแบบ |
| 3. การจัดการอารมณ์ | รู้จักอารมณ์ ฝึกรอคอย ปรับอารมณ์ และขอความช่วยเหลือ |
| 4. การช่วยเหลือตัวเอง | ฝึกแต่งตัว เก็บของ กินอาหาร และดูแลสุขอนามัย |
| 5. ทักษะทางสังคม | ฝึกผลัดกันเล่น แบ่งปัน รับฟัง และแก้ไขข้อขัดแย้ง |
| 6. พัฒนาการทางร่างกาย | พัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ มัดเล็ก และการประสานงาน |
| 7. บุคลิกภาพและการสำรวจ | ปลูกฝังความซื่อสัตย์ ความห่วงใย ความรับผิดชอบ ความอยากรู้ และความกล้าลอง |
ทั้งเจ็ดด้านนี้ไม่ใช่เจ็ดวิชาที่แยกจากกัน
ลองนึกภาพเด็กสี่คนกำลังต่อหอคอยบล็อก คนหนึ่งอยากได้บล็อกทั้งหมด อีกคนไม่ยอม คนที่สามเสนอให้ผลัดกันใช้
แล้วหอคอยก็ล้ม เด็ก ๆ จึงช่วยกันคิดว่าจะสร้างใหม่อย่างไร
ในกิจกรรมแบบนี้ ครูสามารถพาเด็กรู้จักจำนวน ฝึกพูด เข้าใจผู้อื่น รับมือกับความผิดหวัง และเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบได้พร้อมกัน
ศูนย์พัฒนาเด็กแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Center on the Developing Child) ชี้ว่าการทำหน้าที่บริหารของสมอง เช่น ความสนใจ ความจำใช้งาน และการควบคุมตนเอง พัฒนาได้ด้วยการเล่นที่เหมาะกับวัยและการฝึกต่อเนื่อง
ความสามารถเหล่านี้เป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้และการจัดการตนเองในอนาคต
เราเชื่อด้วยว่าการสร้างบุคลิกภาพไม่ควรรอจนเด็กโตขึ้น
เด็กที่ยอมรับว่าทำน้ำหก ช่วยเพื่อนที่ลำบาก หรือลองใหม่อีกครั้งหลังล้มเหลว กำลังก้าวเล็ก ๆ ที่ครูและผู้ปกครองควรให้ความสำคัญ
ที่ CCS เรายึดมั่นทั้งความรู้ และการปลูกฝังความซื่อสัตย์ ความห่วงใย ความถ่อมตน และความรับผิดชอบ
3. อายุ 3, 4 และ 5 ขวบ จุดเน้นการเติบโตต่างกันอย่างไร?
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) โดยโครงการ “Learn the Signs. Act Early.” เผยแพร่เกณฑ์พัฒนาการเด็กสำหรับผู้ปกครอง
CDC อธิบายว่า เกณฑ์ที่ระบุคือสิ่งที่ เด็กอย่างน้อย 75% ทำได้เมื่อถึงอายุนั้น ไม่ได้หมายความว่าเด็กทุกคนต้องทำได้ในวันเดียวกัน และไม่ใช่เกณฑ์รับเข้าเรียน
ตัวเลขสามชุดต่อไปนี้มีประโยชน์กับผู้ปกครองเป็นพิเศษ
ชุดที่ 1: อายุ 3 ขวบ — การสนทนาและความรู้สึกปลอดภัย
ตามเกณฑ์พัฒนาการอายุ 3 ขวบของ CDC เด็กส่วนใหญ่เมื่ออายุ 3 ขวบสามารถ:
- สนทนาโต้ตอบกับผู้ใหญ่ได้อย่างน้อย 2 รอบ
- สงบลงได้ภายใน 10 นาที หลังผู้ดูแลจากไป เช่น ตอนรับส่งที่ศูนย์เลี้ยงเด็ก
- เริ่มสังเกตเด็กคนอื่นและเข้าร่วมเล่นด้วย
สิ่งนี้เตือนเราว่า งานสำคัญของเด็ก 3 ขวบไม่ใช่แค่รู้จักสีหรือท่องตัวเลข แต่รวมถึงการสร้างความรู้สึกปลอดภัย การลองสื่อสาร และการค่อย ๆ ปรับตัวเข้ากับชีวิตกลุ่ม
ถ้าเด็กร้องไห้ในช่วงแรกของการเข้าเรียน ผู้ปกครองไม่ต้องสรุปทันทีว่าลูกไม่เหมาะกับโรงเรียน แต่หากปรับตัวยากต่อเนื่องหรือกระทบชีวิตประจำวันอย่างชัดเจน ควรปรึกษาครูและผู้เชี่ยวชาญ
แหล่งข้อมูล: CDC, Milestones by 3 Years
ชุดที่ 2: อายุ 4 ขวบ — จากการพูดเป็นคำ สู่การเล่าประสบการณ์
เกณฑ์พัฒนาการอายุ 4 ขวบของ CDC ระบุว่า เด็กส่วนใหญ่เมื่ออายุ 4 ขวบสามารถ:
- พูดประโยคที่มี 4 คำขึ้นไป
- เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้นอย่างน้อยหนึ่งเรื่อง
- ตอบคำถามง่าย ๆ เกี่ยวกับการใช้งานของสิ่งของในชีวิตประจำวัน
เกณฑ์เหล่านี้อ้างถึงภาษาที่เด็กมีอยู่แล้ว ไม่ได้คาดหวังให้เด็ก 4 ขวบทุกคนใช้ภาษาที่สองได้ในระดับเดียวกัน
เด็ก 4 ขวบที่แสดงออกเป็นภาษาจีนได้ชัดเจน แต่ยังเล่าประสบการณ์เป็นภาษาอังกฤษไม่ได้ ไม่ได้แปลว่าเด็กขาดความคิดหรือทักษะการสื่อสารที่อยู่เบื้องหลัง
ดังนั้นเมื่อเลือกอนุบาลนานาชาติที่สอนเป็นภาษาอังกฤษ ควรดูว่าโรงเรียนทำความเข้าใจภาษาที่เด็กมีอยู่แล้วอย่างไร และช่วยให้เด็กค่อย ๆ ร่วมชั้นเรียนภาษาอังกฤษได้อย่างไร
แหล่งข้อมูล: CDC, Milestones by 4 Years
ชุดที่ 3: อายุ 5 ขวบ — คณิตศาสตร์ปฐมวัยและสมาธิต่อเนื่อง
เกณฑ์พัฒนาการอายุ 5 ขวบของ CDC แสดงว่า เด็กส่วนใหญ่เมื่ออายุ 5 ขวบสามารถ:
- นับถึง 10
- มีสมาธิกับกิจกรรมที่ไม่ใช้หน้าจอ เช่น ฟังนิทานหรือทำงานประดิษฐ์ ได้ประมาณ 5–10 นาที
- เริ่มทำตามกติกาง่าย ๆ ของเกม หรือผลัดกันเล่นกับเด็กคนอื่น
ชุดนี้น่าให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
ผู้ปกครองมักถามว่า “ลูก 5 ขวบแล้ว นั่งเรียนครึ่งชั่วโมงได้ไหม?”
แต่สมาธิของเด็กเล็กต้องใช้เวลาพัฒนา แทนที่จะเรียกร้องให้นั่งเงียบนาน ๆ ควรสังเกตว่าเด็กสามารถทำกิจกรรมที่เหมาะกับวัย เข้าใจงาน และค่อย ๆ ฝึกควบคุมตนเองได้หรือไม่
ขอชี้แจงว่า 5–10 นาทีของ CDC เป็นเกณฑ์อ้างอิงทางพัฒนาการ ไม่ใช่ข้อจำกัดเวลาเรียนของห้องอนุบาลทั่วไป และไม่ใช่เกณฑ์วินิจฉัยปัญหาด้านสมาธิ
แหล่งข้อมูล: CDC, Milestones by 5 Years
จุดเน้นที่บ้านในแต่ละช่วงวัย
| อายุ | ควรให้ความสนใจ | ผู้ปกครองทำอะไรได้ |
|---|---|---|
| ประมาณ 3 ขวบ | ความรู้สึกปลอดภัย การสื่อสาร นิสัยพื้นฐาน | จัดตารางประจำวันให้สม่ำเสมอ ฝึกบอกความต้องการ |
| ประมาณ 4 ขวบ | การสนทนา การเล่นกับเพื่อน การแสดงอารมณ์ | อ่านหนังสือด้วยกัน คุยสถานการณ์สมมติ เล่นผลัดกัน |
| ประมาณ 5–6 ขวบ | การอ่านเขียนและคณิตศาสตร์เบื้องต้น การจัดการตนเอง การเตรียมขึ้นประถม | คุยเรื่องหนังสือ กิจกรรมลงมือทำ เก็บของ รับผิดชอบเรื่องเล็ก ๆ |
เกณฑ์พัฒนาการช่วยให้ผู้ปกครองเข้าใจการเติบโตของเด็ก ไม่ใช่ตารางจัดอันดับเพื่อเปรียบเทียบเด็ก
หากเด็กยังไม่ถึงเกณฑ์บางข้อ หรือทักษะที่เคยทำได้ถดถอยลง ควรปรึกษากุมารแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก อย่าตัดสินจากบทความเพียงอย่างเดียว
4. ไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษ เข้าโรงเรียนครั้งแรก หรือเข้ากับเพื่อนยาก ควรทำอย่างไร?
ผู้ปกครองที่เลือกอนุบาลนานาชาติมักพบสามสถานการณ์
สถานการณ์ที่ 1: เด็ก 4 ขวบที่ไม่รู้ภาษาอังกฤษเลย
พื้นฐานภาษาอังกฤษที่น้อยไม่ได้แปลว่าเด็กเรียนรู้ได้น้อย
แต่เมื่อเข้าห้องเรียนที่สอนเป็นภาษาอังกฤษ เด็กย่อมต้องใช้เวลาปรับตัว ควรถามว่าครูช่วยให้เด็กที่ยังฟังคำสั่งภาษาอังกฤษไม่เข้าใจมีส่วนร่วมในชั้นเรียนอย่างไร และโรงเรียนสื่อสารความก้าวหน้าด้านภาษากับครอบครัวอย่างไร
CCS สอนเป็นภาษาอังกฤษ สำหรับผู้สมัคร PK–K ที่ยังไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษ แนะนำให้สอบถามทีมรับสมัครล่วงหน้าเรื่องการประเมิน ข้อกำหนดด้านภาษา และการสนับสนุนที่มี
สถานการณ์ที่ 2: เด็ก 3 ขวบที่แยกจากพ่อแม่เป็นครั้งแรก
เด็กเล็กบางคนร้องไห้ เงียบ หรือไม่ยอมร่วมกิจกรรมในช่วงแรก
แทนที่จะบังคับให้หยุดร้องทันที ควรสังเกตว่าเด็กค่อย ๆ คุ้นเคยกับสถานที่ สร้างความไว้ใจกับครู และเริ่มร่วมการเรียนรู้และการเล่นในแต่ละวันได้หรือไม่
กิจวัตรที่บ้านที่สม่ำเสมอ การรับส่งที่ชัดเจน และการสื่อสารระหว่างผู้ปกครองกับครู ช่วยให้การปรับตัวราบรื่นขึ้น
สถานการณ์ที่ 3: เด็ก 5 ขวบที่พื้นฐานวิชาการดี แต่ไม่ยอมทำงานร่วมกับเพื่อน
การอ่านออกและคิดเลขได้น่าชื่นชม แต่ไม่ได้แปลว่าเด็กพร้อมขึ้นประถมในทุกด้าน
ช่วงวัยนี้ยังต้องฝึกผลัดกัน รับฟัง รับมือกับความล้มเหลว และทำงานให้เสร็จตามวัย
ผู้ปกครองไม่ต้องหยุดการเรียนรู้เชิงวิชาการ แต่ควรให้การอ่าน คณิตศาสตร์ ทักษะชีวิต และการสร้างบุคลิกภาพพัฒนาไปพร้อมกัน
5. จะรู้ได้อย่างไรว่าอนุบาลนานาชาติเหมาะกับลูกจริง?
อาคาร สิ่งอำนวยความสะดวก และชื่อหลักสูตรสำคัญ แต่ไม่ได้สะท้อนทั้งหมดว่าเด็กเล็กได้รับประสบการณ์แบบไหนในแต่ละวัน
เมื่อไปดูอนุบาลนานาชาติในเชียงใหม่ เราแนะนำให้ถามห้าข้อ:
- ครูเข้าใจความแตกต่างของเด็กแต่ละคนหรือไม่? ระบุจุดแข็งและสิ่งที่ต้องพัฒนาอย่างไร
- ห้องเรียนสมดุลระหว่างการเล่นกับการเรียนเชิงวิชาการอย่างไร? การอ่าน คณิตศาสตร์ การสำรวจ และกิจกรรมสร้างสรรค์จัดอย่างไร
- เด็กที่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษต่างกันมีส่วนร่วมอย่างไร? ครูให้การสนับสนุนอะไรบ้าง
- เมื่อเด็กร้องไห้หรือขัดแย้งกับเพื่อน โรงเรียนจัดการอย่างไร? มีกลไกคุ้มครองเด็กและการสื่อสารอย่างไร
- โรงเรียนทำงานร่วมกับครอบครัวอย่างไร? ผู้ปกครองรับรู้ความก้าวหน้าและอุปสรรคของเด็กได้ทางไหน
ที่ CCS ขณะนี้อัตราส่วนครูต่อนักเรียนทั้งโรงเรียนอยู่ที่ประมาณ 1:2 และเมื่อจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้น โรงเรียนจะควบคุมไม่ให้เกิน 1:8 ซึ่งเป็นเพดาน ไม่ใช่เป้าหมาย
อัตราส่วนที่น้อยช่วยสร้างเงื่อนไขให้ดูแลเด็กเป็นรายบุคคลได้ แต่ไม่ได้พิสูจน์คุณภาพการสอนด้วยตัวเอง ผู้ปกครองควรไปเยี่ยมชมด้วยตนเองเพื่อดูว่าครูจัดการเรียนรู้และตอบสนองเด็กอย่างไร
เราแนะนำให้ไปดูวันเรียนปกติของโรงเรียนก่อนตัดสินใจ หากทำได้
6. ที่ CCS เราหวังให้เด็กเติบโตเป็นคนแบบไหน?
โรงเรียนนานาชาติซีดาร์เชียงใหม่จัดการศึกษาปฐมวัยตั้งแต่ PK ถึง K3 เน้นให้เด็กสร้างความสนใจในการเรียนรู้ผ่านการเล่น การสำรวจ และการค้นพบ
ตามคำอธิบายหลักสูตรของ CCS การศึกษาปฐมวัยครอบคลุมภาษาและการอ่านเขียน คณิตศาสตร์ พัฒนาการทางสังคมและอารมณ์ ศิลปะสร้างสรรค์ พัฒนาการทางร่างกาย รวมถึงการเรียนรู้เชิงสำรวจและการสร้างบุคลิกภาพ
วิสัยทัศน์ของ CCS คือ:
เติบโตในความเชื่อ · เรียนรู้อย่างมีจุดมุ่งหมาย · นำด้วยความเป็นเลิศ
(Grow in Faith · Learn with Purpose · Lead with Excellence)
เราเชื่อว่าความรู้กับบุคลิกภาพไม่ควรแยกจากกัน
การเรียนนับเลขสำคัญ การเรียนรู้ที่จะซื่อสัตย์ก็สำคัญ การทำงานด้วยตนเองน่าส่งเสริม และการเต็มใจช่วยเหลือผู้อื่นก็น่าให้คุณค่าไม่แพ้กัน
การเติบโตของเด็กเล็กเกิดขึ้นในประสบการณ์เล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน
จากไม่กล้าพูด เป็นกล้าเสนอความคิด จากต้องให้ช่วยทุกเรื่อง เป็นลองทำเอง จากสนใจแต่ตัวเอง เป็นเริ่มเข้าใจความต้องการของผู้อื่น
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจยังไม่ปรากฏในคะแนนทันที แต่เป็นการเติบโตที่ผู้ปกครองและครูควรร่วมกันชื่นชม
คำถามที่ผู้ปกครองมักถาม 3 ข้อ
เด็ก 3 ขวบเหมาะกับการเริ่มเรียนอนุบาลนานาชาติหรือไม่?
พิจารณาได้ แต่ต้องดูอายุ พัฒนาการ นิสัยประจำวัน และข้อกำหนดการรับสมัครของโรงเรียน เด็กที่เข้าเรียนครั้งแรกไม่จำเป็นต้องช่วยเหลือตัวเองได้ครบทุกอย่างมาก่อน
เด็ก 4 ขวบที่ไม่รู้ภาษาอังกฤษเลย สมัครเรียนที่ CCS ได้ไหม?
เริ่มจากสอบถามทีมรับสมัคร CCS เรื่องคุณสมบัติ การประเมิน และการสนับสนุนด้านภาษา ความเหมาะสมขึ้นกับพัฒนาการของเด็กและข้อกำหนดของโรงเรียนในปีนั้น
ช่วง PK–K ควรให้ความสำคัญกับการอ่านและคณิตศาสตร์ก่อน หรือการพึ่งพาตนเอง?
สำคัญทั้งหมด กิจกรรมอ่านและคณิตศาสตร์ที่เหมาะกับวัยควรไปพร้อมกับการสื่อสาร การจัดการอารมณ์ การช่วยเหลือตัวเอง และการสร้างบุคลิกภาพ
ก่อนลูกก้าวแรก เชิญคุยกับ CCS
หากลูกของท่านอายุ 3–6 ปี กำลังจะเข้าเรียนครั้งแรก ย้ายไปอนุบาลนานาชาติ หรือย้ายมาเชียงใหม่พร้อมครอบครัว ยินดีให้ท่านพูดคุยกับทีมรับสมัครของ CCS
การพูดคุยครั้งแรกเริ่มได้จากสามคำถามที่ใช้ได้จริง:
- อายุและชั้นเรียน: ลูกเหมาะกับ PK, K1, K2 หรือ K3?
- ภาษาและการปรับตัว: หากพื้นฐานภาษาอังกฤษน้อยหรือเข้าเรียนครั้งแรก ควรสอบถามการสนับสนุนอะไรบ้าง?
- การเตรียมตัวก่อนเข้าเรียน: ครอบครัวช่วยสร้างกิจวัตรและพื้นฐานการเรียนรู้ได้อย่างไร?
ยินดีต้อนรับผู้ปกครองมาเยี่ยมชมโรงเรียนเพื่อดูหลักสูตร ครู และสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ด้วยตนเอง ขอนัดเยี่ยมชมได้ที่แบบฟอร์มในหน้าแรก หรือติดต่อโรงเรียนโดยตรง:
- โทรศัพท์: +66 (0) 62 620 8307
- อีเมล: ccs-admin@chiangmaicedar.ac.th
- ดูเพิ่มเติม: หลักสูตรปฐมวัยของ CCS, การรับสมัครและการประเมินก่อนเข้าเรียน
วัยเด็กไม่จำเป็นต้องเป็นการแข่งขันที่เริ่มต้นเร็วเกินไป
ที่ CCS เราใส่ใจไม่ใช่แค่ว่าเด็กเรียนรู้อะไรได้บ้างในชั้นอนุบาล แต่ใส่ใจว่าเด็กเรียนอย่างไร อยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างไร และกำลังค่อย ๆ เติบโตเป็นคนแบบไหน
เอกสารอ้างอิง
- Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Milestones by 3 Years.
- Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Milestones by 4 Years.
- Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Milestones by 5 Years.
- National Association for the Education of Young Children (NAEYC). (2020). Developmentally Appropriate Practice Position Statement.
- Center on the Developing Child at Harvard University. Activities Guide: Enhancing and Practicing Executive Function Skills.